|

โครงการอมตะ
โครงการเกี่ยวกับเมกะโปรเจ็คท์ ส่วนใหญ่เป็นโครงการอมตะครับ
เมกะโปรเจคท์ คือ โครงการขนาดใหญ่ทั้งหลายครับ อย่าง การก่อสร้างรถไฟฟ้า สนามบิน ท่าเรือ
โครงการอย่างว่านี้ เป็นประเภท ศึกษาแล้วศึกษาอีก อนุมัติแล้วอนุมัติอีก คิดแล้วคิดอีก สิ้นสุดรัฐบาลนี้ รัฐบาลหน้าเข้ามา ก็ศึกษาต่อ
เป็นโครงการประเภท ไม่ตายเสียทีเดียว มีโอกาสฟื้นตลอด หากรัฐบาลไหนคิดที่จะขุดขึ้นมา
ที่สำคัญ โครงการเมกะโปรเจ็คท์โดยส่วนใหญ่ สิ้นเปลืองงบประมาณไปกับการศึกษา ศึกษารอบที่หนึ่งเสร็จ ต้องมีการศึกษารอบที่สอง เพื่อดูรายละเอียดอีกครับ หากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเพียงนิดเดียว ก็อนุมัติงบเพื่อศึกษากันใหม่
ชาวบ้านมักจะบอกกันว่า มันกินงบศึกษากัน
งบศึกษานี่แหละครับ น่ากินที่สุด เพราะ การศึกษาไม่ต้องแจงรายละเอียดกันมากมาย เหมือนกับการสร้าง แม้งบน้อย ก็กินได้หลายครั้ง
บ้านผมอยู่กระบี่ครับ เดิมทีก็มีเมกะโปรเจ็คท์เหมือนกัน น่าจะรู้จักกันดีนะครับ คือ เซาเทิร์น ซีบอร์ด
กว่าจะได้ถนนสายเซาเทิร์น ซีบอร์ดในปัจจุบัน มีความเป็นมายาวนานมาก
เดิมทีศึกษากันว่า ถนนเซาเทิร์น ซีบอร์ด เป็นลอจิสติกส์ขนาดใหญ่ เชื่อมต่อระหว่างขนอม เมืองท่าอุตสาหกรรมทางฝั่งตะวันออกกับกระบี่ ที่เป็นเมืองท่าในการขนถ่ายน้ำมันจากฝั่งอันดามันฝั่งตะวันตก ไปยังแหล่งอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ขนอม
เซาเทิร์น ซีบอร์ด เป็นเส้นทางเชื่อมต่อ ระหว่างกลางของถนน มีทั้งท่อน้ำมัน มีเส้นทางรถไฟในการขนถ่ายวัตถุดิบต่างๆ ประมาณว่า เรือที่มาจากมหาสมุทรอินเดียเพื่อไปอ่าวไทย หรือไป แหลมฉบัง หรือประเทศญี่ปุ่น ไม่ต้องแล่นอ้อมไปผ่านช่องแคบมะละกาแห่งสิงคโปร์ ให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เวลา และน้ำมัน แค่ขนถ่ายขึ้นท่าเรือที่กระบี่ แล้วขนถ่ายผ่านระบบท่อ หรือรถไฟ ไปที่ขนอม ก็สามารถมีเรือมารับต่อไปได้ทันที
คิดกันใหญ่ขนาดนี้ครับ ผมเองก็ใฝ่ฝันเหมือนกันว่า ต่อไปการจ้างงานจะเกิดขึ้นอีกมาก เราไม่ต้องขุดเมกะโปรเจ็คท์อย่างคอคอดกระอีกแล้ว
แต่ในที่สุด โครงการล้มครับ ไม่มีท่าเรือ หรืออุตสาหกรรมทั้งสองฝั่ง ไม่มีเส้นทางรถไฟเชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน ไม่มีท่อน้ำมัน
แต่เราโชคดีได้ถนนเซาเทิร์น ซีบอร์ดมาหนึ่งสาย สามารถขับรถใช้เวลาไม่นานนักก็ไปถึงบ้านนาเดิม สุราษฎร์ธานี แถมโชคดีอีกเรื่องก็คือ สิ่งแวดล้อมของกระบี่บ้านเรา สดใสเหมือนเดิม ไม่ต้องห่วงว่า น้ำมันจะหกเลอะเทอะ ทำลายปะการังและพันธุ์ปลา
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา โครงการเซาเทิร์น ซีบอร์ด ทำท่าว่า จะฟื้นขึ้นมาอีกรอบ แต่เปลี่ยนแปลงจุดหัวจุดท่ยครับ
ฝั่งตะวันออก จากขนอมก็เปลี่ยนเป็นสิชล ขณะที่ฝั่งอันดามันจากกระบี่ก็เปลี่ยนเป็นท้ายเหมืองที่ทับละมุ
คราวนี้ครับ....ศึกษากันอีก ศึกษาเส้นทางกันใหม่ ศึกษาไปศึกษามา เงียบครับ....
ตอนที่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ มีคนเสนอให้รื้อฟื้นโครงการนี้ขึ้นมาอีกครับ....แต่ยังไม่มีใครสานต่อความคิดให้ดูยิ่งใหญ่ขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ ข่าวไปปรากฏที่สงขลาและสตูลครับ....
กำลังคิดรื้อฟื้นโครงการแลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล
เป็นแลนด์บริดจ์ที่คิดกันมานานเหมือนกัน แนวการคิดแบบเดียวกับแลนด์บริดจ์ขนอม-กระบี่นี่แหละครับ
ครบถ้วนสมบูรณ์ด้วยระบบลอจิสติกส์
เขาว่ากันว่า ฝั่งสงขลามีท่าเรืออยู่ก่อนแล้ว สามารถขยายโครงการให้ดูยิ่งใหญ่ขึ้น ขณะที่ฝั่งสตูลก็สร้างท่าเรือที่ปากบารา ละงูขึ้นมา
จริงๆแล้ว โครงการนี้ ตอนที่คิดสร้างเซาเทิร์น ซีบอร์ด ก็มีการศึกษาควบคู่กันไปด้วยแล้วครับ แถมยังศึกษาเส้นทางนครศรีธรรมราช-ตรังเพื่อเชื่อมทะเลทั้งสองฝั่งเข้ากันด้วย
แต่ตอนนั้น ทั้งสองพื้นที่กลับเงียบไป
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ แห่งประชาธิปัตย์ มีการพูดคุยปลุกผีสงขลา-สตูลขึ้นมาอีกรอบ
ว่ากันว่า เหมาะสมที่สุด เพราะที่ปากบาราเป็นทำเลที่ดี ออกไปทะเลหลวงไม่ไกลนัก เชื่อมต่อไปอินเดีย ได้ด้วยความรวดเร็ว
ที่สำคัญ หากสามารถสร้างตรงนี้ได้ จะชิงความได้เปรียบกลับคืนมา หลังจากที่ผ่านมา ต้องสูญเสียไปให้กับมาเลเซีย
ผมเอง อยากให้โครงการนี้เกิดเหลือเกินครับ
ผมมองในเชิงบวก หากโครงการนี้เกิด การลงทุนเกิดขึ้น การจ้างงานก็เกิดขึ้น ระบบเศรษฐกิจอาจจะดีขึ้นตามมา
นี่เป็นการคิดในลักษณะ ต้องสูญเสียด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีไปบ้างนะครับ
แต่ทั้งนี้ โครงการนี้ ต้องเกิดขึ้นบนพื้นฐาน ที่ประเทศมีความมั่นคงทางการเมืองด้วยนะครับ เนื่องจากหากเริ่มต้นสร้างไปแล้ว เกิดมีการเปลี่ยนทางการเมือง รัฐบาลที่เข้ามาใหม่ ไม่เห็นดีเห็นงามด้วย มันค้างเติ่งนะครับ ซึ่งเราเห็นมาเยอะแล้ว
และหากเป็นเช่นนี้ ไม่สร้างเสียดีกว่า
ดังนั้น การเกิดขึ้นของโครงการเมกะโปรเจ็คท์ ต้องเกิดขึ้น บนความรอบคอบอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการพัฒนาและด้านสิ่งแวดล้อม
แม้การพัฒนามักจะสวนกับสิ่งแวดล้อม แต่ในชีวิตจริง ไม่มีอะไรที่เราได้มาทั้งหมดแบบครบถ้วน
ที่หนึ่งในบ้าน
ทุกเช้าที่ผมหยิบหนังสือพิมพ์รายวันมาอ่าน ผมมักเริ่มต้นด้วยหน้าข่าวบันเทิงครับ
เริมต้นด้วยการอ่านข่าวบันเทิงก่อน แล้วชีวิตตอนเช้าจะดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย
ข่าวบันเทิงมีแต่ความสวยงาม รื่นตา รื่นใจ เป็นเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของเรา
ดังนั้น ในเนื้อหาข่าวบันเทิง แม้ว่าใครจะด่าว่าดาราคนโน้นคนนี้ เราก็ไม่เครียดครับ เพราะเป้าหมายของสื่อ ต้องการให้เป็นความบันเทิงของคนอ่าน และเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรา แล้วไม่ใช่ญาติพี่น้องของเราด้วย
ข้อดีประการหนึ่ง เมื่ออ่านข่าวบันเทิง ผมมักมีความรู้สึกว่า ผมยังเป็นคนไทยอยู่ เพราะคนไทยนิยมชมชอบการติฉินนินทา
อย่างน้อยในชีวิตของคนไทย ต้องมีเรื่องนินทาติดตัวอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย
ข้อดีอีกประการหนึ่ง ก็คีอ ทำให้ชีวิตตอนเช้าพร้อมที่รองรับในการอ่านข่าวประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะข่าวการเมือง และข่าวเศรษฐกิจ แล้วพร้อมที่จะรองรับการดำเนินชีวิตในวันนั้นๆต่อไปด้วย
หลายวันก่อน ผมค่อนข้างสนใจข่าวของ น้องการ์ตูน ชื่อจริงของเธอคือ อินทรา เกตุวรสุนทร ตอนนี้คุณเธออายุ 22 ปี
น้องการ์ตูนมาโด่งดังเอาตอนที่เป็นแฟนคนใหม่ของ โดม- ปกรณ์ ลัม อดีตขวัญใจของพลอย เฌอมาลย์ และ น้องการ์ตูนก็มาโด่งดังอีกครั้งในบทของเมียน้อยของดร.อนุรุจน์ แถมยังอยู่ในบ้านและเป็นพี่เลี้ยงของลูกๆดร.อนุรุจน์ด้วย
อย่างไรก็ตาม ข่าวของน้องการ์ตูน ไม่มีอะไรดังเท่าอดีตคุณเธอเคยแต่งงานมาแล้ว และเป็นการแต่งงานประเภทแย่งสามีคนอื่นเสียด้วย เรียกง่ายๆว่า รับบทเมียน้อย
ข่าวนี้ เธอปฏิเสธมาโดยตลอด แต่ในที่สุดเธอก็ต้องจนมุมด้วยหลักฐานวันหมั้น และการออกมาแฉของอดีตภรรยาของหนุ่มชื่อ หนึ่ง ที่เธอแต่งงานด้วยเมื่อตอนอายุ 16 โดยผู้เป็นเมียหลวงออกมาแฉว่า น้องการ์ตูนแย่งหนึ่งผู้เป็นสามี แล้วเข้ามาอยู่ในบ้าน จนทำให้คุณเมียหลวง ต้องหนีออกจากบ้าน และเลิกกับหนึ่งในที่สุด
โดยสรุปของข่าวนี้ น้องการ์ตูนครองความเป็นที่หนึ่งในบ้านของหนึ่งได้ระยะหนึ่ง แต่ตอนนี้เธอเลิกกับหนุ่มหนึ่งแล้ว และกำลังแฮ้ปปี้กับพี่โดม
ผมอ่านข่าวของน้องการ์ตูน แล้วทำให้นึกมาถึงบริษัทประกันชีวิต 2 บริษัทครับ
สองบริษัทนี้ต้องการเป็นที่หนึ่งในครัวเรือน หรือในทุกๆบ้านในประเทศไทย
อยากยึดความเป็นเมียหลวงของบ้านไว้ให้
บริษัทแรกคือ ไทยประกันชีวิต
บริษัทที่สอง คือ อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันชีวิต หรือ เอเอซีพี
ไทยประกันชีวิตเดิมทีกำหนดยุทธวิธีในต่างจังหวัดประเภทที่ว่า หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งตัวแทน ซึ่งผมไม่มั่นใจว่า ทำสำเร็จหรือไม่ แต่ตอนนี้มีกลยุทธ์ใหม่ นั่นคือ หนึ่งครัวเรือน หนึ่งกรมธรรม์
คุณไชย ไชยวรรณ ผู้บริหารของไทยประกันชีวิตบอกว่า ต่อไปต้องทำให้คนไทยทั้งประเทศ มีกรมธรรม์ประกันชีวิตจากไทยประกันชีวิตอย่างน้อยครอบครัวละ 1 ฉบับ
เป็นความฝันอันยิ่งใหญ่จริงๆ ครับ ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน
ผมคิดว่า เป็นงานหินที่สุดของไทยประกันชีวิตครับ ผมเองอยากให้ไทยประกันชีวิตทำให้สำเร็จครับ เพราะถ้าทำได้ คนไทยโดยรวมจะลึกซึ้งกับระบบประกันชีวิต อย่างน้อยไม่ต้องรอความหวังจากงบประมาณจากรัฐบาลที่อัดลงระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า
ดูเหมือนไทยประกันชีวิต จะเอาจริงกับเรื่องนี้นะครับ เพราะตอนนี้เพิ่มเป้าจำนวนกรมธรรม์ใหม่ในปีนี้อีก 613,613 กรมธรรม์ด้วยกัน
นั่นหมายความว่า ปีนี้ต้องการ 613,613 ครัวเรือนหรือเปล่าไม่ทราบ
สำหรับบริษัทเอเอซีพีนั้น มีนโยบายหนึ่งที่ทำมาปีสองปีแล้ว และเกี่ยวกับครัวเรือนซะด้วย นั่นคือ ต้องการให้ทุกครอบครัวของไทยมีกรมธรรม์ประกันชีวิตของเอเอซีพีให้ได้
นโยบายนี้เริ่มในสมัยคุณวิลฟ์ แบล็กเบิร์น เป็นเอ็มดี ด้วยการแจกกรมธรรม์ให้คนยากจน ภายใต้โครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งกรมธรรม์ คือได้ความคุ้มครองอำเภอละคน ตอนนี้คุณแอปเปิ้ลยาร์ดเข้ามารับหน้าที่แทน แล้วก็ประกาศว่า จะทำให้เอเอซีพีสามารถทาสีบ้านคนไทยทุกหลัง ให้เป็นสีน้ำเงิน ที่เป็นสีประจำบริษัทฯให้ได้ทุกหลัง
หากเอเอซีพีทำได้ รับรองได้ว่า พวกเราต้องหลงบ้านตัวเองอย่างแน่นอน เพราะบ้านคนอื่น ก็สีน้ำเงินเหมือนกับบ้านเรา
ดังนั้น ขอประกาศเพิ่มเติมว่า ให้รีบทำป้ายชื่อแขวนไว้หน้าบ้านป้องกันการหลงโดยด่วน
ในเมื่ออวยพรให้ไทยประกันชีวิตทำให้สำเร็จแล้ว ก็ต้องอวยพรให้เอเอซีพีทำให้สำเร็จด้วย
ดังนั้น ตอนนี้บ้านแต่ละหลัง มีกรมธรรม์ของไทยประกันชีวิตกับเอเอซีพีแล้วครับ ยังไม่รวมกรมธรรม์ของบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต อาคเนย์ประกันชีวิต ไทยพาณิชย์นิวยอร์คไลฟ์ และบริษัทอื่นๆ ที่เข้าไปเจาะแต่ละบ้านด้วย
สรุป อีกไม่นาน คนไทยทำประกันชีวิตครบร้อยเปอร์เซนต์แน่นอน
ในตอนนี้ประเทศไทยมี 76 จังหวัด ประกอบด้วย 877 อำเภอ 7,255 ตำบล 74,944 หมู่บ้าน และ ณ สิ้นเดือนธันวาคม ปี 2551 มีประชากรที่เป็นชาย 31,255,869 คน ประชากรที่เป็นหญิง 32,133,861 คน (ทั้งทอม กระเทย เกย์ รวมอยู่ในนี้แล้วครับ..) รวมประชากรทั้งหมด ทั้งประเทศ 63,389,730 คน
ตามเกณฑ์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ประชากรจำนวน 2.7 คนต่อ 1 ครัวเรือน
ดังนั้นประเทศไทยในขณะนี้ น่าจะมีจำนวนครัวเรือนประมาณ 23,477,677.8 ครัวเรือน
อยากรู้จัง ใครเป็นที่หนึ่งในบ้านมากที่สุด
MORE Detail >>
|